อ่านสเปกเครื่องชาร์จ EV ยังไง ไม่ให้เจอเครื่องที่ช้ากว่าที่คิด
ก่อนเสียบชาร์จ ลองดู 3 อย่าง: กำลังรวมของตู้ (kW) จำนวนหัวและการแบ่งกำลัง และกระแสสูงสุดต่อหัว (A) เพื่อเดาความเร็วที่จะได้จริงโดยไม่ต้องรอผิดหวัง
เวลาไปถึงสถานีชาร์จ หลายคนดูแค่ตัวเลขตัวใหญ่ที่สุดบนตู้ แล้วคิดว่านั่นคือความเร็วที่จะได้ จากที่เล่ามาในหลายบทความก่อนหน้านี้ เราพอจะเห็นแล้วว่ามันไม่ตรงไปตรงมาขนาดนั้นครับ
ผมเลยอยากชวนดูว่า ก่อนเสียบ เราพอจะอ่านอะไรได้บ้าง เพื่อเดาความเร็วคร่าว ๆ ให้ใกล้ความจริงมากขึ้น
หนึ่ง — กำลังรวมของตู้ (kW)
เป็นเลขที่เห็นง่ายสุด บอกว่าตู้จ่ายได้สูงสุดเท่าไร แต่ให้จำไว้ว่านี่คือ “เพดานของตู้” ไม่ใช่สิ่งที่รถทุกคันจะได้
สอง — เป็นตู้กี่หัว และแบ่งกำลังกันหรือเปล่า
ตู้ที่เขียน 240 kW บางรุ่น ถ้าใช้สองหัวพร้อมกันจะแบ่งเป็นราว 120 ต่อข้าง จุดนี้สำคัญมากในสถานีที่คนใช้เยอะ ถ้าอ่านสเปกจะมีบอกว่ารองรับการชาร์จพร้อมกันแบบไหน
สาม — กระแสสูงสุดต่อหัว (แอมป์ หรือ A)
ตัวเลขนี้เป็นตัวจำกัดที่คนมักมองข้าม เพราะกำลังจริงที่ได้ ขึ้นกับทั้งแรงดันของรถและกระแสที่หัวจ่ายได้ รถแรงดันสูงบางรุ่นถึงจะได้กำลังเต็มเม็ดเต็มหน่วยจากหัวที่จ่ายกระแสได้มาก
ประกอบกับความสามารถของรถเราเอง
พอเอาสามข้อนี้มาประกอบกับความสามารถของรถเราเอง ก็พอจะประเมินได้ว่า ตู้ตรงหน้าน่าจะให้ความเร็วประมาณไหน โดยไม่ต้องรอเสียบแล้วค่อยผิดหวัง
ผมไม่ได้จะบอกว่าต้องจำทุกตัวเลขนะครับ แค่รู้ว่ามีอะไรให้ดูบ้าง ก็ช่วยได้เยอะแล้ว และถ้าใครมีวิธีดูที่ต่างออกไป ผมยินดีเรียนรู้ด้วย
สำหรับเจ้าของพื้นที่ที่กำลังจะติดตั้งเอง เรื่องนี้ยิ่งสำคัญ เพราะการเลือกเครื่องที่ “เหมาะกับรถที่จะเข้ามาใช้จริง” มักคุ้มกว่าการเลือกเครื่องแรงที่สุดในตลาด ลองดูตู้ชาร์จที่เราจัดจำหน่าย (มีตารางสเปกให้เทียบ) หรือถ้าอยากปรึกษาว่าทำเลของคุณควรใช้เครื่องแบบไหน กี่หัว กี่กิโลวัตต์ ทีมเรายินดีช่วยประเมินให้ครับ
อ่านต่อในซีรีส์ความรู้การชาร์จ:
